ชะอำบีชชวนอ่านเรื่องราวบนชายหาดชะอำ หัวหิน

ชะอำ Surf fishing ตกปลาชายฝั่ง บนหาดชะอำ

ชายหาดชะอำนอกจากจะมีชื่อเสียงจากการท่องเที่ยวและการพักผ่อนบนชายหาดที่ทอดยาวสุดตาแล้วอาหารทะเลก็ยังเป็นอีกอย่างที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาพักผ่อนและทานอาหารทะเลที่สดใหม่จากท่าเรือที่บริเวณสะพานหินชะอำสำหรับคนที่เคยมาชะอำแล้วบริเวณที่เป็นสถานที่ตั้งบ้านพักร้านค้าต่างโรงแรมนั้นยังไม่ใช่ชายหาดชะอำทั้งหมดเป็นเพียงแค่หนึ่งในสิบส่วนของหาดชะอำเท่านั้นส่วนที่ไม่ได้เห็นยังมีอีกมากที่แหล่งชุ่มชนหมู่บ้านชาวเล

และยังเป็นหมายตกปลาชายฝั่งที่ดีอีกหลายแห่งที่เป็นอ่าวลึกเล็กๆปากคลองบริเวณสองน้ำอีกหลายแห่ง(หมายปลานิลน้ำกร่อยปลากดทะเล ปลาดุกทะเล และกุ้งที่สามารถไปเดินไล่ช้อนเอาได้ในบางฤดู)ด้วยซึ่งสามารถตกปลาได้ตลอดทั้งปีปลาส่วนใหญ่ที่ตกได้ตามชายฝั่งจะมีขนาดไม่ใหญ่มากนักแต่ก็มีขนาดสวยๆหลงเข้ามาให้เห็นอยู่เป็นประจำ

อ่านต่อด้านล่าง

แสดงความคิดเห็น กลับข้างบน

# ความคิดเห็นที่ : 1

โพสต์เมื่อ : 2005-09-14, 19:53

บริเวณท่าเรือสะพานหินที่ปลายสะพานเป็นจุดที่นิยมตกปลากันมากมีนักตกปลาแวะเวียนกันมาอย่างสม่ำเสมอทั้งคนในท้องถิ่นและต่างถิ่น


หมายประการังเทียมที่ทางกรมประมงได้นำมาทิ้งไว้อย่างต่อเนื่องในตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านเริ่มจะมีฝูงปลาขนาดต่างๆเข้ามาแวะเวียนอยู่อาศัยดูได้จากปริมาณปลาและสัตว์น้ำอื่นๆที่เรือประมงในท้องถิ่นทีมีปริมาณเพิ่มขึ้นแต่ก็มีปลาบางประเภทที่จำนวนไม่มากหรือขนาดไม่ใหญ่นักที่จะนำมาขายในเชิงธุรกิจได้แต่ก็เพียงพอที่จะบริโภคในท้องถิ่นและคนในท้องถิ่นก็ไม่ได้สนใจที่จะจับมันมากนักเนื่องจากจับสัตว์น้ำประเภทอื่นเช่นปูม้า กุ้งแชบ๊วยหมึกหอม หมึกกล้วยซึ่งมีปริมาณมากกว่าได้ราคาเป็นกอบเป็นกำมากกว่าจึงทำให้ไม่ค่อยเห็นปลากองหินอยู่ในตลาดชะอำมากนักเพราะการวางอวนหรือเครื่องมือจับสัตว์น้ำใดๆบนกองประการังเทียมหรือใกล้รอบๆก็เสี่ยงที่จะสูญเสียค่อนข้างสูงการใช้เบ็ดตกปลาเพื่อนำมาขายนั้นก็ไม่คุ้มค่ากับเวลาที่ต้องสูญเสียไป




แสดงความคิดเห็น กลับข้างบน

# ความคิดเห็นที่ : 2

โพสต์เมื่อ : 2005-09-14, 19:55

แผนที่แสดงแนวประการังเทียมโดยประมาณจากเรือประมงเล็กที่ออกวางอวนปูม้าทุกๆวัน แนวด้านที่ใกล้ชายหาดเป็นแนวประการังเทียมเก่าจุดสีแดงบนแผนที่จะเป็นกองประการังเทียมที่วางไว้หลายปีแล้วและมีการวางเสริมใหม่จุดสีน้ำเงิน ส่วนแนวจุดสีน้ำเงินด้านนอกเป็นแนวประการังเทียมใหม่ที่วางไว้ประมาณสองปีที่แล้วและเริ่มมีปลาและสัตว์น้ำต่างๆเข้ามาอาศัยอยู่และเพิ่มปริมาณขึ้นทุกวัน ท้องทะเลที่นี่พื้นมีลักษณะทรายปนตะกอนดินจากอ่าวไทยตอนบนและแม่น้ำลำคลองต่างๆ น้ำไม่ลึกนักจากชายฝั่งออกไปราวๆสามไมล์ทะเลความลึกเฉลี่ยราวๆประมาณ12-16เมตร

แสดงความคิดเห็น กลับข้างบน

# ความคิดเห็นที่ : 3

โพสต์เมื่อ : 2005-09-14, 19:57

กองประการังเทียมที่เตรียมนำลงทะเล

ประการังเทียมที่อยู่ระหว่าการก่อสร้าง หรือบ้านใหม่ของสัตว์น้ำวัยอ่อน

แสดงความคิดเห็น กลับข้างบน

# ความคิดเห็นที่ : 4

โพสต์เมื่อ : 2005-09-14, 19:59

ป้ายประกาศโครงการก่อสร้างประการังเทียม จำนวน 3,500 แท่ง วางตลอดแนวตั้งแต่จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดชุมพร จังหวัดปัตตานี และจังหวัดนราธิวาส ทั้งหมดเป็นการวางเสริมจากกองเดิมที่ได้ผลอย่างเห็นได้ชัดทำให้มีจำนวนสัตว์น้ำเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

แสดงความคิดเห็น กลับข้างบน

# ความคิดเห็นที่ : 5

โพสต์เมื่อ : 2005-09-14, 20:02

หลังจากที่ผมได้พูดคุยกับกลุ่มเรือประมงขนาดเล็กก็ได้ให้แนวทางว่าน่าจะทำเพื่อการพักผ่อนบ้างและชายหาดชะอำเองก็ไม่เรือที่พาแขกออกตกปลาอย่างอาชีพจริง การตกปลาที่นี่ไม่ต้องอาศัยอุปกรณ์ที่มีขนาดใหญ่มากนักคันเบ็ดขนาดไม่เกินเจ็ดฟุตสาย15-20ปอนด์ก็เพียงพอที่จะสนุกกับเกมเบาหรือชอบประเภทประเภทอุลตราไลท์หรือแค่ไลท์สาย4-8ปอนด์ก็จะได้ความสะใจไปอีกแบบแต่ถ้าคิดจะมาลองดึงกระเบนชายฝั่งตกบนเรือก็ใช้คันตกปลาบึกก็เหลือแรงแล้วครับชายฝั่งชะอำเนื่องจากน้ำตื้นและพื้นเป็นทรายทำให้มีปลาหมึกขนาดและชนิดต่างๆเป็นจำนวนมากและยังสามารถใช้ไฟส่องตามชายฝั่งได้ในตอนที่น้ำขึ้นสูงตอนกลางคืน

การออกตกปลาตกปลาในช่วงเช้าเหมาะสมด้วยประการทั้งปวงสำหรับเรือเล็กคือหมายตกปลานั้นเรือวิ่งไปไม่ไกลก็เข้าหมายได้แล้วหรือถ้าจะเปลี่ยนกองก็ไล่ตกไปเรื่อยจนทนแดดร้อนไม่ไหวค่อยกลับมาต้มปลากินหลังจากนอนเอาแรงสักพักตื่นมาเล่นน้ำทานข้าวเย็นแล้วค่อยออกเรือไปตกหมึกมาต้มข้าวต้มรอบดึกและถ้ายังไม่คิดอยากจะนอนจะเอาคันยาวๆมาตกเล่นชายฝั่งและอาจลองเปิดไฟส่องหมึกกันบนหาดดูหรือแค่นั่งคุยนั่งดื่มกันริมทะเลก็ได้บรรยากาศดีครับจะปารตี้เล็กๆบนหาดก็ยังได้ ที่พักซึ่งตั้งอยู่บนชายหาดนอนฟังเสียงคลื่นได้ตลอดทั้งคืนเสียงดังฟังชัดมีให้เลือกทั้งห้องแอร์และพัดลมสะดวกพอสมควรครับ

จำนวนคนที่เหมาะสมกับเรือตกปลาขนาดเล็กน่าจะไม่ควรเกินสี่คนคนขับหนึ่งคนช่วยอีกหนึ่งรวมทั้งหมดหกคน
ถ้ามากันแปดคนและต้องการออกไปตกปลาทั้งหมดก็ต้องใช้เรือสองลำที่จริงแล้วเรือลงได้หลายคนแต่ถ้าลงเบ็ดหลายสายจะทำให้พันกันและอาจคับแคบไปนิด

สภาพอากาศและเวลาขึ้นลงของน้ำก็สำคัญสำหรับการกำหนดวันที่จะมาและน้ำก็ไม่ได้ขึ้นลงแค่เฉพาะวันหยุดแต่ขึ้นลงทุกๆวันอาจต้องมีรายการโดดงานกันบ้างล่ะดูให้น้ำเริ่มขึ้นตอนประมาณ4-5โมงเย็นกำลังดีใช้ตารางน้ำของหัวหินจะคลาดเคลื่อนนิดหน่อยเท่านั้นหมึกจะเริ่มมีให้ตกอย่างชุกชุมตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคมและมีมากในเดือนกันยายนต่อต้นเดือนตุลาคมซึ่งมันจะชุมมากขนาดว่ายน้ำชนกันเลยทีเดียว(คนเรือเขาว่า)จะเป็นช่วงเทศกาล กินหอยดูนกตกหมึก ของชะอำเป็นงานใหญ่ของจังหวัดเลยทีเดียว

การมาเที่ยวตกปลาแบบนี้ควรมีเวลาสักสองคืนอาจออกมาคล้ายๆกับเพื่อนพาเพื่อนเที่ยวอาจไม่ใช่การตกปลาในแบบที่หลายคนกำลังทำอยู่ไม่เหมาะกับนักตกปลาที่จะหาโทรฟี่ให้กับตัวเองหรือรูปถ่ายกับปลาขนาดใหญ่(แต่ก็ไม่แน่นา)น่าจะเหมาะกับนักตกปลาที่จะต้องการพักผ่อนและทำในสิ่งมี่ตัวเองรักที่จะทำควบคู่กันไปพร้อมกันกับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนที่อาจจะชอบเพียงแค่อยากเล่นน้ำ ปิ้งปลาย่างหมึก ทำอาหารอยู่ริมทะเลเท่านั้นแต่ก็ยังที่จะมีกิจกรรมร่วมกันได้กับการมาเที่ยวในคราวเดียวกัน




ลิคง์ที่เกี่ยวข้อง http://www.chaambeach.com/info/surf_fishing.htm

แสดงความคิดเห็น กลับข้างบน

# ความคิดเห็นที่ : 6

โพสต์เมื่อ : 2005-11-03, 15:24

"เพรียงทราย" หนอนทะเลอาหารโอชะของกุ้งเหยื่อตกปลาชายฝั่งปลาหน้าดินที่ดีที่สุด

เพรียงทราย หรือแม่เพรียง (Sand Worm) เป็นหนอนปล้องที่มีลำตัวเรียวยาวค่อนข้างแบน แบ่งเป็นปล้องจำนวนมาก...!!



ด้านหน้ามีลักษณะ คล้ายหัวโดยมีปากมีเขี้ยว 1 คู่ มีตุ่มสั้นๆทำหน้าที่รับความรู้สึก มีอวัยวะรับการสัมผัสคล้ายหนวด 1 คู่ และมีตา 2 คู่ สำหรับช่วยในการปรับแสง ลำตัวมีลักษณะเป็นปล้องเท่าๆกัน โดยด้านข้างของแต่ละปล้องจะมีส่วนที่ยื่นเป็นแผ่น ทำหน้าที่คล้ายขาช่วยในการเคลื่อนที่และว่ายน้ำ

พ่อพันธุ์มีขนาดน้ำหนักและความยาวเฉลี่ย 0.5+0.14 กรัมและ 7.03+0.90 เซนติเมตร ซึ่งเล็กกว่าแม่พันธุ์ที่มีน้ำหนักและความยาวเฉลี่ย 00.5+0.14 กรัมและ 8.87+1.3 เซนติเมตร มักอาศัยอยู่ใต้พื้นทรายบริเวณชายหาดน้ำปริ่มๆหรือน้ำครึ่งหาด และแพร่กระจายอยู่ทั่วทั้งฝั่งอ่าวไทยและฝั่งงทะเลอันดามัน

เวลาผสมพันธุ์ จะโผล่จากพื้นทรายในช่วงแรม 8 ค่ำถึงแรม 15 ค่ำ...

นายสิทธิ บุณยรัตผลิน อธิบดีกรมประมง เผยว่า ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่ง จังหวัดภูเก็ต ได้มีการนำเพรียงทราย ที่ได้จากการเพาะเลี้ยงมาเพาะขยายพันธุ์ เพื่อผลิตเพรียงทรายจำหน่ายให้แก่ฟาร์มของเกษตรกรจนเป็นผลสำเร็จ...



...เพราะเพรียงทรายคือ อาหารอันโอชะของกุ้งทะเล...!!

เกษตรกรเพาะเลี้ยงกุ้งทะเลนิยมนำไปใช้เป็นอาหารเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์กุ้งทะเล เพราะกุ้งจะพัฒนารังไข่สมบูรณ์ให้ไข่จำนวนมากและมีคุณภาพดี นอกจากนี้ยังสามารถใช้เป็นเหยื่อ...สำหรับนักตกปลาได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ผู้สนใจเพาะเลี้ยงสอบถามข้อมูลได้ที่ศูนย์วิจัยประมงชายฝั่งจังหวัดภูเก็ต โทรศัพท์ 0-7621-9330 เฉพาะเวลาราชการเท่านั้น.

ไชยรัตน์ ส้มฉุน


http://www.siamfishing.com/content/view.php?id=227&cat=bait

แสดงความคิดเห็น กลับข้างบน

# ความคิดเห็นที่ : 7

โพสต์เมื่อ : 2005-11-14, 10:51

ตำแหน่ง GPS เพชรบุรี ชะอำ หัวหิน ประจวบ


กองปะการังแท้ (ตะวันออก 23) n 12.59.570, e 100.23.880
ปะการังเทียมแหลมหลวง เพชรบุรี n 13.02105, e 100.09.956
ปะการังหน้าบางเก่า ชะอำ n 12.53.576, e 100.04.243
กองยายดำ หน้าชะอำ n12.47.987, e100.00.220
กองหินชะอำ n 12.45.68, e 100.16.42
เรือจมชะอำ n 12.44.20, e 100, 35.36
หินเจ้าลายชะอำ n 12.45.14, e 100.17.53
หินหน้าชะอำ n 12.57.61, e 100.24.66
ปะการังเทียม เกาะสิงห์โต1 เขาตะเกียบ n 12.28.687, e 100.00.122
"--------------------------" 2 n 12.28.485, e 100.00.439
"--------------------------" 3 n 12.28.473, e 100.00.443
'---------------------------"4 n 12.28491, e 100.00.418
ซากเครื่องบินหน้าปราณ n 12.12.79, e 100.16.66
ซากเรือปัตตานี หน้าปราณ n 12.18.55, e 100.25.20
ซากเรือจมหน้าปราณ n 12.17.73, e 100.16.01
ซากเรือจมหน้าปราณ (อั้งเกยชุม) n 12.31.51, e 100.16.71
ปะการังเทียมเกาะทะลุ บางสะพาน n 11.05.417, e 99.03.739
"------------------------------------" n 11.04.256, e 99.34.314
"------------------------------------" n 11.04.265, e 99.34.291
"------------------------------------" n 11.04.241, e 99.34.331
"------------------------------------" n 11.02.589, e 99.32.141
"------------------------------------"n 11.02.637, e 99.31.933
"------------------------------------"n 11.01.374, e 99.30.311
หินกองในเกาะทะลุ n 11.07.564, e 99.31.574
ซากเรือจมหน้าบางเบิด บางสะพานน้อย n 10.57.574, e 99.32.102
ปะการังหน้าบางเบิด n 10.59.764, e 99.30.601
"--------------------" n 10.59.908, e 99.31.000
"--------------------" n 10.59.832, e 99.30.764
"--------------------" n 10.59.690, e 99.32.110

หมายหน้าสามร้อยยอด
หินกองหน้าเกาะสัตตกุตอยู่ห่างจากฝั่ง 3ไมล์ 12-12-345N 100-03-825E

หินกองสัตตกุตห่างจากฝั่ง4ไมล์ 12-12-248 N 100-04-248 E

กองใกล้กัน 12-12-204 N 100-04-918 E

ซากเรือจมบนดอนสามหมื่นอยู่ห่างจากฝั่ง7ไมล์และอยู่เลยพวกกองหินสัตตกุตมา
12-11-925N 100-07-408 E

เก็บมาฝากคนมีเรือครับ

แสดงความคิดเห็น กลับข้างบน

# ความคิดเห็นที่ : 8

โพสต์เมื่อ : 2005-11-20, 18:12

ขอบคุณ ท่านนายปลา มากครับ ที่มี่หมาย GPS กองหินและปะการัง มาเผื่อแผ่ครับ อยากให้มีหมายแถวๆ ชะอำ และ หัวหิน ห่างจากฝั่งไม่เกิน 10 กม. หลายๆหมายครับ เผื่อว่าการตกปลาท่องเที่ยวทางเรือ แถวชะอำ หัวหิน จะบูมขึ้นมาได้บ้าง

หมายบนแผนที่

แสดงความคิดเห็น กลับข้างบน

# ความคิดเห็นที่ : 9

โพสต์เมื่อ : 2005-11-20, 19:00

หัวหิน - ปรานบุรี

แสดงความคิดเห็น กลับข้างบน

# ความคิดเห็นที่ : 10

โพสต์เมื่อ : 2006-06-20, 10:20

เก็บมาฝาก ขายกุ้งเป็นตกปลา ติดต่อ นายกุ้ง คลองเทียน ชะอำ 09 0191384,
03 0145259

แสดงความคิดเห็น กลับข้างบน

# ความคิดเห็นที่ : 11

โพสต์เมื่อ : 2006-12-09, 14:14

ถ้าจะตกกระเบน ไปลอยเรือหน้าgrand condoครับ

แสดงความคิดเห็น กลับข้างบน

# ความคิดเห็นที่ : 12

โพสต์เมื่อ : 2007-08-24, 11:13

วันราม 7

กะเบนตัวกําลังสวยเลยครับน่าเอามาผัดพริก

แสดงความคิดเห็น กลับข้างบน

# ความคิดเห็นที่ : 13

โพสต์เมื่อ : 2007-08-25, 14:40

ขุดเพรียงเลี้ยงคน เพิ่มเงิน สร้างงาน
ที่จังหวัดตรัง และสตูล
โดย
จำนง ถีราวุฒิ และอนุพงษ์ มาลี

ก่อนที่จะรู้ว่าไส้เดือนทะเลหรือแม่เพรียง เลี้ยงคนได้อย่างไร เชิญมารู้จักสักนิดก่อนครับว่าไส้เดือนทะเลมันคืออะไร
ไส้เดือนทะเล Genus Perinereis มีลักษณะ 3 ตัว คือมี antenna 2 อัน, tentacular cirri 4 คู่, มี Conical and transverse bar paranaths บน maxillary และ oral ring. Parapodia เป็นแบบ biramous ยกเว้น 2 คู่แรก ที่เป็น uniramous ไส้เดือนทะเล (Sand worm) เป็นหนอนปล้องจำพวกโพลิคีต สืบพันธุ์โดยอาศัยเพศ มีลำตัวยาว มีระยางค์แบบไม่มีข้อต่อยื่นออกไปทางด้านข้างลำตัวเพื่อช่วยในการเคลื่อนที่ เมื่อน้ำทะเลขึ้นท่วมบริเวณที่อยู่อาศัย ไส้เดือนทะเลจะโผล่หัวขึ้นมาจากพื้นทรายเพื่อหาอาหารซึ่งอาหารของมันจะเป็นพวกไดอะตอม สาหร่ายสีน้ำตาล และซากอินทรีย์วัตถุต่าง ๆ ในช่วงชีวิตจะมีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างลักษณะ 3 ครั้ง คือในช่วงวัยอ่อนครั้งหนึ่ง ในช่วงวัยก่อนเจริญพันธุ์ครั้งหนึ่ง และในช่วงผสมพันธุ์อีกครั้ง ช่วงก่อนวัยเจริญพันธุ์จะเป็นช่วงที่ยาวที่สุดในชีวิต มีรูปร่างลักษณะและอวัยวะต่าง ๆ ที่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิต และหาอาหารตามพื้นดิน เรียกระยะนี้ว่า atone เมื่อเริ่มเข้าวัยเจริญพันธุ์ขาที่ใช้สำหรับคืบคลานจะเปลี่ยนเป็นอวัยวะที่ใช้ว่ายน้ำในขณะผสมพันธุ์ เรียกระยะนี้ว่า epitoky ซึ่งจะเป็นชีวิตช่วงสั้น ๆ ในเวลาเพียงไม่กี่วัน ไส้เดือนทะเลเจริญเติบโตขึ้นพร้อม ๆ กับการขุดรูมากมายในดิน นอกนี้มันยังทำการสร้างท่อดินเล็ก ๆ มากมาย ท่อ และรูเหล่านี้เป็นตัวนำน้ำและอาหารจากผิวดินลงไปในดิน ไส้เดือนทะเลสามารถพัฒนาตัวอ่อน ซึ่งเป็นแพลงก์ตอนขนาดเล็กมากจนกลายเป็นตัวเต็มวัยในระยะเพียง 20 - 25 วัน หลังจากนั้นมันเริ่มขยายพันธุ์ โดยการสร้างไข่ขึ้นมา ไข่ถูกผสมในท่อดิน จากนั้นตัวอ่อนจะหลุดออกจากตัวแม่ ในลักษณะของแพลงก์ตอนที่ว่ายน้ำได้ ตัวอ่อนเหล่านี้จะว่ายน้ำอยู่ประมาณ 6 ชม. จากนั้นจะฝังตัวลงดินและเจริญเป็นตัวเต็มวัยต่อไป ในระยะเวลา 60 วัน ไส้เดือนทะเลสามารถเพิ่มจำนวนและน้ำหนักได้ถึงประมาณ 200 เท่า
ศักยภาพในการนำไส้เดือนทะเลไปใช้ประโยชน์
- ไส้เดือนทะเลในครอบครัวนี้จะสามารถใช้เป็นตัวย่อยสลายสารอินทรีย์ในดินที่ใช้ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งโดยเฉพาะดินที่มีสารอินทรีย์สูง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- เป็นอาหารสัตว์น้ำมีชีวิตที่มีคุณภาพสูง สำหรับสัตว์หน้าดิน และที่สำคัญเป็นอาหารชั้นยอดของพ่อแม่พันธุ์กุ้ง
จากคุณค่าและประโยชน์ที่สำคัญนี้เอง ทำให้เกิดเป็นอาชีพและช่องทางทำเงินอีกรูปแบบหนึ่งของชาวบ้านแถบจังหวัดสตูล บริเวณบ้านตูแตหรำ อ.ละงู และจังหวัดตรัง บริเวณบ้านท่าข้าม อ.ปะเหลียน สำหรับไส้เดือนทะเลหรือแม่เพรียงที่ชาวบ้านจับได้นั้นมีอยู่ 3 ชนิดคือ เพรียงทราย (พบมากบริเวณจังหวัดภูเก็ต) เพรียงโคลน และเพรียงเลือด เพรียงทรายมีลักษณะปากแดง ลำตัวแบน ยาว มีขนาดเล็ก เพรียงโคลน ปากดำ ลำตัวกลม ยาว เพรียงเลือด ปากแดง ลำตัวมีสีแดงเหมือนกับเลือดอยู่ในลำตัว ลำตัวมีลักษณะแบนและยาว ชนิดที่จับได้มากที่สุดคือเพรียงเลือด โดยชาวบ้านที่ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพด้านการประมง และอาชีพการเกษตร เป็นอาชีพหลักแต่จะใช้เวลาว่างขุดเพรียงขายเป็นอาชีพเสริมอีกทางหนึ่ง ชาวบ้านจะนำเรือออกจับเพรียงเวลาประมาณ 6 - 7 โมงเช้า บริเวณที่เป็นลำคลองติดกับทะเล
ลำคลองจะมีลักษณะเป็นป่าโกงกางมีน้ำทะเลท่วมถึงในช่วงน้ำขึ้น เมื่อถึงเป้าหมายชาวบ้านจะเดินหารูของเพรียงบริเวณป่าโกงกาง จุดสังเกตที่จะรู้ว่าเพรียงมีหรือไม่นั้น จะสังเกตได้จากบริเวณป่าโกงกางนั้นจะเป็นบริเวณร่องน้ำตื้น ๆ พื้นดินมีสภาพเป็นดินโคลนปนทราย ความเค็มของน้ำประมาณ 25 ppt. ถ้าโคลนมีลักษณะเป็นตมมากเกินไปเพรียงก็จะไม่อาศัย ในช่วงน้ำลงบริเวณร่องน้ำจะเป็นพื้นดินว่าง ระหว่างต้นโกงกาง จุดนี้เองที่เป็นที่อยู่ของเพรียง พื้นที่นี้จะมีลักษณะเป็นรูเล็ก ๆ และบริเวณปากรูจะมีมูลของ เพรียงเต็มไปหมด ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเพรียงเลือดส่วนอีกชนิดหนึ่งจะสร้างท่อดินเล็ก ๆ โผล่ขึ้นมาจากผิวดิน เรียกว่า เพรียงโคลน ซึ่งจะอยู่ปะปนอยู่กับเพรียงเลือด แต่จะมีจำนวนที่น้อยกว่า เมื่อแน่ใจว่าพื้นที่ที่พบมีเพรียงอยู่ ชาวบ้านก็จะทำการขุดโดยใช้จอบด้ามสั้น เพื่อความสะดวกในการขุด ขุดไปเรื่อย ๆ จนพบความลึกที่ขุดประมาณ 40 - 80 ซม. เวลาขุดเจอแล้วก็จะจับเพรียงใส่ถัง เวลาจับนั้นต้องค่อย ๆ ดึงออกจากรูเพื่อป้องกันเพรียงขาด
ถ้าพื้นที่ที่ขุดเป็นพื้นที่กว้าง ก็จะสามารถขุดได้เป็นจำนวนมาก ส่วนบางพื้นที่เป็นพื้นที่ร่องน้ำเล็ก ๆ ก็จะขุดได้น้อย เช่นถ้าจุดที่พบมี พื้นที่การขุด 7 - 8 ตารางเมตร จะสามารถขุดเพรียงได้ 1.5 - 2 กก. ในกรณีที่จุดนั้นมีรู และมูลของไส้เดือนอยู่มาก ชาวบ้านจะใช้เวลาขุดประมาณ 4 - 6 ชั่วโมง ก่อนที่น้ำทะเลจะขึ้น คนหนึ่ง ๆ สามารถขุดเพรียงได้ 2 - 3 กก. ต่อวัน หลังจากขุดเพรียงเสร็จ ชาวบ้านจะนำเพรียงที่อยู่ในถังมาล้างน้ำและใส่น้ำในถังเพื่อป้องกันไม่ให้เพรียงตาย เพรียงที่ขุดสามารถอยู่ในถังได้เกือบ 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องใส่น้ำ แต่เพรียงที่ขุดนั้นต้องอยู่ในที่ชื้นไม่ให้โดนแสงแดด จากนั้นชาวบ้านจะนำเพรียงที่ขุดได้ไปส่งให้กับพ่อค้าคนกลางที่รับซื้อเพรียงในราคากิโลกรัมละ 200 บาท หลังจากที่พ่อค้าคนกลางรับซื้อแล้วนั้น ก็จะมารวบรวมเพรียงในกะละมังที่มีน้ำพร้อมกับออกซิเจนแล้วทำการล้างน้ำอีกครั้งหนึ่งเพื่อให้คราบโคลนที่ติดอยู่ออกให้หมด น้ำที่ล้างและน้ำที่ใส่ในกะละมังต้องเป็นน้ำเค็มที่มีความเค็มใกล้เคียงกับน้ำเค็มที่เพรียงอาศัยอยู่ถ้าเอาน้ำจืดมาล้างหรือใส่ในกะละมังจะทำให้เพรียงตายได้ จากนั้นก็จะทำการชั่งและบรรจุใส่ถุง ถุงละ 1 กก. แล้วส่งให้ลูกค้าตามจำนวนที่สั่งในราคา กก.ละ 280 - 300 บาท ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นฟาร์มเพาะลูกกุ้ง เพราะเพรียงจะเป็นอาหารมีชีวิตที่มีคุณค่าทางอาหารสูงเหมาะสำหรับการนำไปเป็นอาหารของพ่อแม่พันธุ์กุ้ง ช่วยเร่งการผสมพันธุ์วางไข่ของกุ้ง และทำให้แม่กุ้งติดไข่เป็นจำนวนมาก ลูกกุ้งที่ได้จะแข็งแรงตามไปด้วย
อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าอาชีพการขุดเพรียงจะเป็นอาชีพหนึ่งที่สร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการได้ไม่น้อย สิ่งสำคัญที่อยากจะฝาก คือ ต้องคำนึงถึงสภาพแวดล้อมบริเวณป่าโกงกางด้วย นะครับ เพราะป่าคือชีวิต ขอให้ชีวิตของคนกับป่าอยู่ร่วมกันโดยไม่ทำลายหรือหลีกเลี่ยงการทำลายให้น้อยที่สุดต้องระมัดระวังเวลาขุดเพรียงต้องไม่ให้รากหรือลำต้นของป่าโกงกางเสียหาย เพื่อให้อาชีพการขุดเพรียงเป็นอาชีพที่ไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทั้งในปัจจุบันและอนาคตต่อไป
สำหรับการเพาะเลี้ยงไส้เดือนทะเลลักษณะเชิงการค้านั้น ในขณะนี้ ยังไม่มีการเพาะเลี้ยงอย่างกว้างขวาง เพราะการเพาะเลี้ยงไส้เดือนทะเล ค่อนข้างยากโดยเฉพาะไส้เดือนทะเลที่นิยมนำมาเป็นอาหารของแม่กุ้งในปัจจุบัน คือ เพรียงเลือด เพราะไส้เดือนทะเลชนิดนี้เป็นสัตว์ที่มีความไวต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมภายในบ่อเลี้ยงอย่างรวดเร็วจะทำให้ไส้เดือนทะเลเครียดและกัดกันเอง ทำให้เกิดบาดแผลติดเชื้อและตายในเวลาต่อมา ส่วนไส้เดือนทะเลที่สามารถเพาะพันธุ์ได้ไม่ยากและที่เพาะพันธุ์กันอยู่ขณะนี้ส่วนใหญ่จะเป็นชนิดเพรียงทราย อย่างไรก็ตามจากความสำเร็จในการศึกษาวิจัย และทดลองเลี้ยงของสถาบัน ต่าง ๆ ที่ผ่านมา ถ้าหากว่าธุรกิจการเลี้ยงกุ้งยังไปได้ดี คิดว่าไส้เดือนทะเลจึงน่าจะเป็นสินค้าสัตว์น้ำที่เด่นอีกชนิดหนึ่งของคนไทยในอนาคตอันใกล้นี้

ขอขอบคุณสำหรับผู้ที่ให้ข้อมูล และอำนวยความสะดวกในการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการขุดเพรียงในครั้งนี้ คือ
คุณสมพงษ์ วิฑูรชาตรี
55 ม.1 ต.ทุ่งยาว
อ.ปะเหลียน จ.ตรัง
โทร. 075 - 289195
และ
คุณวิไล สาหลัง
68 ม.12 ต.กำแพง
อ.ละงู จ.สตูล
โทร. 01 -5992810
ถ้าผู้อ่านท่านใดสนใจ หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมก็ สามารถติดต่อท่านได้ตามที่อยู่ดังกล่าว

ลิคง์ที่เกี่ยวข้อง http://www.chaambeach.com/info/surf_fishing.htm

แสดงความคิดเห็น กลับข้างบน

# ความคิดเห็นที่ : 16

โพสต์เมื่อ : 2007-09-07, 14:38

BOOT ราชบุรี

น่าไปตกมั่ง แต่ไม่รู้ที่จะไปตก

แสดงความคิดเห็น กลับข้างบน

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

โพสไอคอน :

*ขนาดของภาพไม่เกิน 150 K (ใช้ได้เฉพาะภาพที่มีนามสกุล JPG,GIF)

*ขนาดของภาพไม่เกิน 150 K (ใช้ได้เฉพาะภาพที่มีนามสกุล JPG,GIF)