ชะอำ & หัวหิน : Review แบ่งกันชมภาพสวย

ส่งหน้านี้ให้เพื่อน | Share

รีวิวทริปเหนื่อยๆ แต่หนุกๆ ที่แก่งกระจาน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ช่วงนี้เจอกันบ่อยหน่อยนะครับ พอดีเดือนเมษายนและพฤษภาคมที่ผ่านมาวันหยุดเยอะแยะไปหมด ก็เลยมีเวลาเดินทางไปเที่ยวหลากหลายสถานที่ วันนี้ก็เลยอยากจะมารีวิวทริปสั้นๆ 2 วัน 1 คืนที่เขื่อนแก่งกระจาน มาเล่าสู่กันชม

Author: noiwanwannoi , Posted: 2011-05-13, 15:44

# ความคิดเห็นที่ : 1

ทริปนี้มีเพื่อนร่วมเดือนทางกันทั้งหมด 10 คน แบ่งเป็นเด็ก 5 ผู้ใหญ่ 5 โดยซื้อทริปทัวร์ 2 วัน 1 คืน ที่"แก่งศิลป์รีสอร์ท"
อัตราค่าบริการ ผู้ใหญ่ คนละ 1,300 บาท เด็กอายุไม่ถึง 11 ปี คิดครึ่งราคา และถ้าอายุไม่เกิน 4 ขวบไม่ต้องเสียเงินนะครับ
ส่วนรายละเอียดของทริปทัวร์นี้ ประกอบด้วย อาหาร 3 มื้อ ค่าห้องพัก ค่าบริการล่องเรือยางแม่น้ำเพชร ค่ารถนำขึ้นชมทะเลหมอกและผีเสื้อที่"พะเนินทุ่งและบ้านกร่าง" กิจกรรมสอนปั้นตุ๊กตาดินเหนียว และเสื้อชูชีพฟรี

Author: noiwanwannoi , Posted: 2011-05-13, 15:24

# ความคิดเห็นที่ : 2

วันแรกเดินทางจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่จังหวัดเพชรบุรีกันตั้งแต่เช้า แวะเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ของเมืองเพชรฯ กันก่อน เพราะกว่าที่จะเริ่มต้นทริปทัวร์ก็เป็นช่วงบ่ายๆ
สถานที่แรกที่ไปเที่ยวกันคือ "ถ้ำเขาหลวง"

Author: noiwanwannoi , Posted: 2011-05-13, 15:25

# ความคิดเห็นที่ : 3

ถ้ำเขาหลวง ตั้งอยู่ที่อยู่บนเขาหลวง ห่างจากเขาวังประมาณ 5 กิโลเมตร อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองเพชรบุรีมากนัก จากเส้นทางเข้าสู่ตัวเมืองเพชรบุรี เลี้ยวซ้ายหน้าศาลหลักเมือง ตามทางหลวงหมายเลข 3173 ขับรถเข้าไปสัก 2-3 กิโลเมตร ก็จะเห็นทางขึ้นถ้ำเขาหลวง ไต่ระดับความสูงของเขาหลวงขึ้นไปไม่ไกลก็จะเจอลานจอดรถที่กว้างขวาง พร้อมทั้งฝูงลิงจำนวนมากที่มารอคอยต้อนรับคณะท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมเยือนสถานที่แห่งนี้

Author: noiwanwannoi , Posted: 2011-05-13, 15:25

# ความคิดเห็นที่ : 4

จากลานจอดรถจะมีทางเดินมุ่งหน้าสู่"ถ้ำเขาหลวง"เป็นทางบันไดปูน เพื่อความสะดวกในเดินเข้าชมถ้ำที่อยู่ลึกเข้าไปด้านใน

Author: noiwanwannoi , Posted: 2011-05-13, 15:25

# ความคิดเห็นที่ : 5

พอผ่านประตูทางเข้าถ้ำจะมีบันไดจำนวน 99 ขั้น เพื่อนำลงไปยังถ้ำด้านใน ซึ่งบันไดนี้เป็นฉากหนึ่งในเรื่อง "ตำนานพระนเรศวร" ภาค 2 ในตอนที่"พระองค์ดำ"นำทัพไปตีเมืองคังนั่นเอง

Author: noiwanwannoi , Posted: 2011-05-13, 15:26

# ความคิดเห็นที่ : 6

พอลงมายังด้านล่างก็จะเป็นห้องโถงแรก ซึ่งจะมีพระพุทธรูปจำนวนหลายองค์ตั้งเรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบ

Author: noiwanwannoi , Posted: 2011-05-13, 15:26

# ความคิดเห็นที่ : 7

ก่อนเข้าไปยังห้องโถงใหญ่ด้านใน จะมีหินงอกหินย้อยที่ทำการแกะสลักเป็นรูปหัวช้างอย่างสวยงาม เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ของที่นี่

Author: noiwanwannoi , Posted: 2011-05-13, 15:27

# ความคิดเห็นที่ : 8

ภายในถ้ำมีพระพุทธรูปและสถูปเจดีย์น้อยใหญ่เรียงรายอยู่เต็มไปหมด ประวัติเล่าไว้ว่า รัชกาลที่ 4 เสด็จมาพร้อมโอรส 2 พระองค์ และโปรดให้พระบรมวงศานุวงศ์ ร่วมกันสร้างพระ และทรงบูรณะ เช่น สร้างรอยพระพุทธบาทจำลอง จากนั้นรัชกาลที่ 5 ได้เสด็จมาบูรณะต่อ แล้วพระราชทานนามว่า วิมานจักรี ปัจจุบันมีพระพุทธรูปในถ้ำรวม 170 องค์ มีเจดีย์ในถ้ำ 6 องค์ (เครดิตข้อมูลจาก www.moohin.com)

Author: noiwanwannoi , Posted: 2011-05-13, 15:27

# ความคิดเห็นที่ : 9

เดี๋ยวไปทำธุระแล้วจะกลับมารีวิวใหม่นะครับ ขอจบช่วงแรกด้วยภาพ พระพุทธรูปปางนาคปรก ที่อยู่บริเวณด้านหน้าปากถ้ำล่ะกันนะครับ มองจากบนเนินนี้จะเห็นองค์พระประธานตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ด้านใน

Author: noiwanwannoi , Posted: 2011-05-13, 15:27

# ความคิดเห็นที่ : 10

พระพุทธรูปเรียงรายอยู่ตามผนังถ้ำเต็มไปหมด มีหินงอกหินย้อยด้วย

Author: noiwanwannoi , Posted: 2011-05-13, 15:28

# ความคิดเห็นที่ : 11

พระประธานองค์ใหญ่เหลืองอร่ามสวยงามเป็นอย่างยิ่ง

Author: noiwanwannoi , Posted: 2011-05-13, 15:28

# ความคิดเห็นที่ : 12

จะมีปล้องขนาดใหญ่อยู่ด้านบนถ้ำ เวลากลางวันแถบไม่ต้องใช้ไฟฟ้าเลย

Author: noiwanwannoi , Posted: 2011-05-13, 15:29

# ความคิดเห็นที่ : 13

พระพุทธรูปองค์เล็กๆ มีให้เห็นอยู่ทั่วไปในถ้ำเขาหลวงนี้

Author: noiwanwannoi , Posted: 2011-05-13, 15:29

# ความคิดเห็นที่ : 14

สถูปเจดีย์เป็นอีกสิ่งที่สามารถเห็นได้ในถ้ำแห่งนี้

Author: noiwanwannoi , Posted: 2011-05-13, 15:29

# ความคิดเห็นที่ : 15

ถัดมาด้านในในห้องโถงใหญ่ก่อนที่จะเข้าไปยังห้องโถงที่3 จะเป็นที่ประดิษฐานขององค์หลวงพ่อโต พระพุทธรูปปางไสยยาสน์ ซึ่งเป็นพระรูปศักดิ์สิทธ์อีกแห่งของเมืองเพชรแห่งนี้

Author: noiwanwannoi , Posted: 2011-05-13, 15:30

# ความคิดเห็นที่ : 16

ถัดจากห้องโถงใหญ่จะมีประตูกำแพงหินทะลุไปยังห้องโถงห้องสุดท้าย ซึ่งจะเชื่อมต่อไปยังจุดชมวิวด้านบนของยอดเขาหลวง ที่เรียกกันว่า "ยอดมอ"

Author: noiwanwannoi , Posted: 2011-05-13, 15:30

# ความคิดเห็นที่ : 17

ด้านในห้องโถงนี้ก็มีสถูปเจดีย์และพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ตามจุดต่างๆ อีกเช่นกัน

Author: noiwanwannoi , Posted: 2011-05-13, 15:30

# ความคิดเห็นที่ : 18

อีกฝั่ง

Author: noiwanwannoi , Posted: 2011-05-13, 15:31

# ความคิดเห็นที่ : 19

เดินเข้าไปด้านในจะเป็นที่ประดิษฐานของรูปปั้นพระฤาษีที่เป็นที่เคารพสักการะของคนพื้นเมืองและนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเยี่ยมชมถ้ำเขาหลวงแห่งนี้

Author: noiwanwannoi , Posted: 2011-05-13, 15:31

# ความคิดเห็นที่ : 20

ด้านข้างของรูปปั้นขององค์พระฤาษีจะมีบันไดขึ้นไปยังยอดเขาหลวง แต่เสียดายวันที่ผมไปประตูปิดก็เลยไม่สามารถขึ้นไปชมความงามของตัวเมืองเพชรบุรีได้ ไว้โอกาสหน้าค่อยไปกันใหม่

Author: noiwanwannoi , Posted: 2011-05-13, 15:31

# ความคิดเห็นที่ : 21

หลังจากเที่ยวชมความงามของ "ถ้ำเขาหลวง" กันสักพัก พวกเราก็เดินทางจาก ถ้ำเขาหลวง มุ่งหน้าไปยัง วัดพระพุทธไสยาสน์ หรือ วัดพระนอนแห่งจังหวัดเพชรบุรี

Author: noiwanwannoi , Posted: 2011-05-13, 15:32

# ความคิดเห็นที่ : 22

วัดพระพุทธไสยาสน์ หรือวัดพระนอน เป็นวัดเก่าแก่อีกวัดหนึ่งของ จ.เพชรบุรี เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในสี่ของพระพุทธไสยาสน์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศไทย

Author: noiwanwannoi , Posted: 2011-05-13, 15:32

# ความคิดเห็นที่ : 23

องค์พระพุทธไสยาสน์แห่งวัดพระนอน จ.เพชรบุรี นี้มีความยาวถึง 43 เมตร ก่ออิฐถือปูนลงรักปิดทอง เป็นพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะงดงามยิ่ง เชื่อกันว่าสร้างด้วยฝีมือสกุลช่างในสมัยอยุธยา

Author: noiwanwannoi , Posted: 2011-05-13, 15:32

# ความคิดเห็นที่ : 24

วัดพระนอน ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเขาวัง (พระนครคีรี) เป็นวัดเก่าแก่ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าสร้าขึ้นเมื่อใด สินนิษฐานว่าเป็นวั่ดที่มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เป็นโบราณสถานประกาศให้ขึ้นทะเบียนเมื่อวันทั่ 8 มีนาคม พ.ศ.2478 เป็นพระพุทธรูปนอนขนาดใหญ่องค์หนึ่งในจำนวน 4 องค์ ที่มีอยู่ในเมืองไทย

Author: noiwanwannoi , Posted: 2011-05-13, 15:33

# ความคิดเห็นที่ : 25

หมอนหนุนของพระพุทธไสยาสน์องค์นี้มีลักษณะเป็นทรงกลม ที่มีลักษณะเป็นทรงสี่เหลี่ยม เดิมพระพุทธไสยาสน์ประดิษฐานอยู่กลางแจ้ง พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดฯให้สร้างหลังคาคลุมไว้ ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการซ่อมหลังคาใหม่ และสร้างผนังล้อมรอบองค์เป็นวิหารพระพุทธไสยาสน์

Author: noiwanwannoi , Posted: 2011-05-13, 15:33

# ความคิดเห็นที่ : 26

ด้านนอกพระอุโบสถพระพุทธไสยาสน์จะมีศาลาที่เป็นที่ประดิษฐานขององค์พระพิฆเนศ องค์เทพเจ้าที่ประทานของสำเร็จสมหวังแก่มวลมนุษย์

Author: noiwanwannoi , Posted: 2011-05-13, 15:34

# ความคิดเห็นที่ : 27

ถัดจากพระอุโบสพระพุทธไสยาสน์ ยังวิหารอีก 2 ที่ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กันนั่นก็คือ วิหารพระนั่ง

Author: noiwanwannoi , Posted: 2011-05-13, 15:34

# ความคิดเห็นที่ : 28

ภายในวิหารพระนั่ง จะมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่

Author: noiwanwannoi , Posted: 2011-05-13, 15:34

# ความคิดเห็นที่ : 29

นอกจากพระอุโบสถพระพุทธไสยาสน์ และวิหารพระนั่ง กันแล้วยังมี วิหารพระยืนอยู่หนึ่งที่ที่เป็นที่เคารพสักการะของชาวเมืองเพชร

Author: noiwanwannoi , Posted: 2011-05-13, 15:35

# ความคิดเห็นที่ : 30

พระประธานของวิหารพระยืน จะมีรูปภาพวาดพระพุทธเจ้าที่ฝาผนังของวิหารแห่งนี้

Author: noiwanwannoi , Posted: 2011-05-13, 15:35

# ความคิดเห็นที่ : 31

หลังจากสักการะพระพุทธไสยาสน์กันเสร็จ ยังพอมีเวลาเหลืออยู่บ้างก็เลยตกลงพากันไปที่ "พระรามราชนิเวศน์"หรือที่คุ้นหูคุ้นตาในชื่อว่า "พระราชวังบ้านปืน

Author: noiwanwannoi , Posted: 2011-05-13, 15:35

# ความคิดเห็นที่ : 32

พระราชวังบ้านปืน ตั้งอยู่ที่เขตบ้านปืน ริมแม่น้ำเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี เป็นพระราชวังที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อเสด็จประพาสจังหวัดเพชรบุรี

Author: noiwanwannoi , Posted: 2011-05-13, 15:36

# ความคิดเห็นที่ : 33

โดยมีพระราชดำริให้นายคาร์ล ดอห์ริง สถาปนิกชาวเยอรมนีเป็นผู้เขียนแบบ, ดร.ไบเยอร์ ชาวเยอรมนี เป็นนายช่างก่อสร้าง, พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นดำรงราชานุภาพ (พระยศขณะนั้น) ทรงควบคุมการก่อสร้าง, และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมขุนนครสวรรค์วรพินิต (พระยศขณะนั้น) ทรงควบคุมด้านการไฟฟ้า

Author: noiwanwannoi , Posted: 2011-05-13, 15:36

# ความคิดเห็นที่ : 34

พระตำหนักได้ใช้ลักษณะทางสถาปัตยกรรมแบบบาโรค (Baroque) และแบบอาร์ต นูโว (Art Nouveau) หรือที่เยอรมันเรียกว่าจุงเกนสติล(Jugendstil)ตัวพระตำหนักจะเน้นความทันสมัยโดยจะไม่มีลายปูนปั้นวิจิตรพิศดารเหมือนอาคารในสมัยเดียวกัน พระตำหนักหลังนี้จะเน้นในเรื่องของความสูงของหน้าต่าง ความสูงของเพดานซึ่งกว้างเป็นพิเศษ ทำให้พระตำหนักดูใหญ่โต โอ่อ่า สง่างาม และตระการตา (เครดิตข้อมูลจากเว็บไซต์ www.th.wikipedia.org/)

Author: noiwanwannoi , Posted: 2011-05-13, 15:37

# ความคิดเห็นที่ : 35

แผนผังของตัวอาคารสร้างเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าล้อมสวนหย่อม มีสระน้ำพุตั้งอยู่ตรงกลาง ส่วนที่ประทับเป็นตึกสองชั้นขนาดใหญ่ หลังคาทรงสูงรูปโดม ภายในเป็นโถงสูงมีบันไดโค้งขึ้นสู่ชั้นสองซึ่งจัดเป็นจุดเด่นของพระตำหนักเพราะรวมสิ่งน่าชมไว้หลายหลาก ตัวอย่างเช่น เสาที่ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบและตกแต่งด้วยโลหะ ขัดเงา เสาเหล่านี้แล่นตลอดจากพื้นจดเพดานชั้นสองและประดับด้วยกระเบื้องเขียวเข้ากันกับบริเวณโดยรอบโถงบันได ที่หัวเสาตาม ราวบันไดโค้งมีตุ๊กตากระเบื้องรูปเด็กในอิริยาบถต่าง ๆ ประดับไว้ รอบบริเวณโถงบันไดชั้นบนยังมีกรอบลูกไม้กระเบื้องเคลือบประดับตามช่องโดยรอบอีกด้วย (เสียดาย ณ เวลานี้ทางพระราชวังไม่อนุญาตให้มีการถ่ายภาพใดๆ ภายในพระราชวัง แต่เคยเห็นภาพถ่ายของเพื่อนๆ ในตอนที่อนุญาตให้ถ่ายภาพได้ สวยดีครับ)

Author: noiwanwannoi , Posted: 2011-05-13, 15:37

# ความคิดเห็นที่ : 36

พระตำหนักหลังนี้ยังมีสิ่งที่น่าชมอีกมาก กล่าวคือ การตกแต่งภายในแต่ละห้องให้มีรูปลักษณ์แตกต่าง กันไปทั้งสีสันและวัสดุที่ใช้ เช่น บริเวณโถงบันไดใช้โทนสีเขียว ห้อง เสวยใช้โทนสีเหลือง ตกแต่งช่องประตูด้วยเหล็กดัดแบบอาร์ต นูโว และประดับผนังด้วยแผ่นกระเบื้องเคลือบสีเหลืองสด ตัดกรอบด้วยกระเบื้องเขียวเป็นช่อง ๆ ตามแนวยืน โดยกระเบื้องประดับผนังมีลวด ลายนูนเป็นรูปสัตว์และพรรณพืชต่าง ๆ แทรกอยู่เป็นระยะ ๆ ห้องพระบรรทมใช้โทนสีทอง โดยตกแต่งเสาในห้องด้วยแผ่นโลหะสีทองขัดเงาดุนลาย หัวเสาเป็นภาพเขียนแจกันดอกไม้หลากสี บนพื้นครึ่งวงกลมสีทอง ดูสง่างามและมลังเมลือง (ถ้าอยากเห็นภาพความงามภายในของพระราชวังบ้านปืน คงต้องหาดูจากรีวิวเก่าๆ ของเพื่อนในห้องบลูนี่แหละครับ)

Author: noiwanwannoi , Posted: 2011-05-13, 15:37

# ความคิดเห็นที่ : 37

การก่อสร้างพระที่นั่งแห่งนี้ มาสำเร็จในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อ พ.ศ. 2461 และพระราชทานนามว่า “พระที่นั่งศรเพ็ชรปราสาท” และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เปลี่ยนนาม "พระราชวังบ้านปืน" โดยพระราชทานนามพระราชวังใหม่ว่า “พระรามราชนิเวศน์” แต่คนทั่วไปจะเรียกติดปากว่าพระราชวังบ้านปืนตาม ชื่อเดิมของถิ่นที่อยู่นั่นเอง

Author: noiwanwannoi , Posted: 2011-05-13, 15:38

# ความคิดเห็นที่ : 38

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล เมื่อเกิดสงครามมหาเอเชียบูรพา ฝ่ายทหารได้ใช้พระราชวังนี้เป็นที่ตั้งกองบัญชาการทหาร ปัจจุบัน โปรดเกล้าฯ พระราชทานให้เป็นที่ตั้งของจังหวัดทหารบกเพชรบุรีและต่อมาได้เป็นมณฑลทหารบกที่15 และได้จัดเป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์และศิลปะของจังหวัดเพชรบุรี โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน ทรงโปรดฯ ให้ใช้พระราชวังบ้านปืนนี้เป็นหนาวยบัญชาการของ ทหารบก และเป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร-ศิลปะของจังหวัดเพชรบุรีด้วย แต่หากเราจะขอเข้าชมก็ต้องได้รับการอนุญาตจากผู้บังคับการจังหวัดทหารบก กองพันที่ 3 กรมทหารราบที่ 11 เพื่อขอเข้าชมอย่างไม่เป็นทางการเสียก่อน

Author: noiwanwannoi , Posted: 2011-05-13, 15:38

# ความคิดเห็นที่ : 39

หลังจากที่เดินชมความงามของพระราชวังบ้านปืนสักพัก ก็ได้เวลาที่จะเดินทางไปยัง อ.แก่งกระจาน เพื่อเข้าสู่ทริปทัวร์ที่ได้จองเอาไว้ที่ "แก่งศืลป์รีสอร์ท"

Author: noiwanwannoi , Posted: 2011-05-13, 15:38

# ความคิดเห็นที่ : 40

เมื่อเช็คอินเข้าที่พักเก็บสัมภาระ กิจกรรมแรกของทริปนี้ก็คือ การล่องเรือยางไปตามแม่น้ำเพชร ระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร แต่เนื่องด้วยวันที่ไปเป็นวันหยุดก็เลยต้องรอเรือยางช้าสักหน่อย เพราะปริมาณของนักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวที่นี่เยอะมากมายจริงๆ
ระหว่างที่รอเรือมารับ เพื่อเป็นการไม่ให้เวลาเสียเปล่าไป ลงไปแช่น้ำกันสักหน่อยดีกว่า

Author: noiwanwannoi , Posted: 2011-05-13, 15:39

# ความคิดเห็นที่ : 41

ระดับน้ำในแม่น้ำเพชรจะขึ้น-ลงตามการเปิด-ปิดของเขื่อนแก่งกระจาน ช่วงเวลาเปิดประตูเขื่อนจะเริ่มตั้งแต่เวลาประมาณ 8.00 น. และปิดในเวลาประมาณ 17.00 น. และเนื่องจากเป็นน้ำที่ถูกส่งลงมาจากเขื่อนที่มีระดับความสูงมากกว่าด้านล่างก็เลยทำให้น้ำไหลค่อนข้างเร็วและแรง แต่ก็ทำให้เป็นที่ชื่นชอบของบรรดานักท่องเที่ยวที่นิยมล่องไปตามกระแสน้ำ แต่ที่สำคัญจะต้องไม่ลืมใส่เสื้อชูชีพทุกครั้งในขณะที่เล่นน้ำนะครับ ปลอดภัยไว้ก่อน
กิจกรรมการเล่นน้ำที่แม่น้ำเพชรนี้ รีสอร์ทบางแห่งจะมีการโยงเชือกไปยังฝั่งตรงข้ามแล้วทำเป็นสะพานเชือกให้นักท่องเที่ยวที่ลอยมาตามน้ำมาเกาะ หรือบางคนก็ขึ้นไปยืนและเดินไต่ไปตามสะพานเชือกนี้ เป็นที่สนุกสนานกันมาก

Author: noiwanwannoi , Posted: 2011-05-13, 15:39

# ความคิดเห็นที่ : 42

เล่นน้ำกันไปได้สักพัก เรือที่จะนำคณะของพวกเราไปล่องแม่น้ำกันก็มาถึง ได้เวลาไปเปือกกันแล้วครับ

Author: noiwanwannoi , Posted: 2011-05-13, 15:40

# ความคิดเห็นที่ : 43

ระยะทางในการล่องประมาณ 8 กิโลเมตร กับจำนวนผู้โดยสาร 11 คนรวมพลคัดท้ายเรือ แรกๆ ก็ตื่นเต้นกันดี หลังๆ เริ่มเหนื่อยและอ่อนแรง ปล่อยให้เรือลอยไปตามกระแสน้ำเอง...555

Author: noiwanwannoi , Posted: 2011-05-13, 15:40

# ความคิดเห็นที่ : 44

สู้ๆๆ ยังไหวอยู่มั้ย

Author: noiwanwannoi , Posted: 2011-05-13, 15:40

# ความคิดเห็นที่ : 45

ใช้เวลาในการล่องเรือยางประมาณชั่วโมงครึ่ง จุดขึ้นที่ขึ้นเรือจะมีสไลเดอร์ให้นักท่องเที่ยวได้เล่นกันด้วย เด็กๆ สนุกสนานกันใหญ่เลยครับ

Author: noiwanwannoi , Posted: 2011-05-13, 15:41

# ความคิดเห็นที่ : 46

เล่นกันอยู่ครู่ใหญ่ รถของรีสอร์ทที่พักก็มารับคณะของพวกเราเพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับที่พัก รอเวลาอาหารเย็นและกิจกรรมปั้นดินให้เป็นตัว

Author: noiwanwannoi , Posted: 2011-05-13, 15:41

# ความคิดเห็นที่ : 47

กลับมาถึงรีสอร์ท อาบน้ำแต่งตัวรอเวลาไปกินข้าวเย็นกันที่ห้องอาหาร ก่อนถึงเวลาเด็กๆ คงหิวกันบ้างก็เลยล่อขนมขบเคี้ยวนมเนยกันอย่างเมามันส์

Author: noiwanwannoi , Posted: 2011-05-13, 15:41

# ความคิดเห็นที่ : 48

แก่งศืลป์รีสอร์ท เป็นรีสอร์ทเล็กๆ มีจำนวนห้องพักประมาณ 10 กว่าห้อง ห้องพักทั้งหมดจะอยู่ด้านบน และห้องอาหารจะอยู่ด้านล่างติดกับลำน้ำเพชร

Author: noiwanwannoi , Posted: 2011-05-13, 15:42

# ความคิดเห็นที่ : 49

เมื่อได้เวลา พวกเราก็เดินลงไปกินข้าวกันยังห้องอาหารด้านล่าง

Author: noiwanwannoi , Posted: 2011-05-13, 15:42

# ความคิดเห็นที่ : 50

อาหารเย็นถูกจัดออกมาเป็นเซ็ต คณะของพวกเรามากันทั้งหมด 10 ชีวิต ก็ได้อาหารทั้งหมด 2 เซตๆ ละ 5 อย่าง ผลไม้รวมเซตละ 1 จาน เครื่องดื่มเป็นน้ำเปล่า และน้ำอัดลม อย่างละ 2 ขวด รสชาติโดยรวมถือว่าใช้ได้ ไม่ได้ถ่ายภาพอาหารมาให้ได้ชมกันนะครับ
บรรยากาศยามค่ำคืนบริเวณห้องอาหารของแก่งศิลป์รีสอร์ท

Author: noiwanwannoi , Posted: 2011-05-13, 15:42

# ความคิดเห็นที่ : 51

หลังจากกินอาหารเย็นกันเสร็จ ยังมีกิจกรรมอีกหนึ่งอย่างที่รอพวกเราอยู่นั่นก็คือ กิจกรรมปั้นดินเหนียวให้เป็นรูปร่างต่างๆ

Author: noiwanwannoi , Posted: 2011-05-13, 15:43

# ความคิดเห็นที่ : 52

มาต่อกันให้จบสำหรับรีวิววันแรกของทริปนี้กัน

กิจกรรมการปั้นดินเหนียวมีวิทยากรที่จบการปั้นมานั้นก็คือพี่เจ้าของรีสอร์ทนั่นเอง พี่เค้าสอนให้เด็กปั้นดินเหนียวเป็นรูปนกเพนกวิน สอนที่ละขั้นตอนและเข้าใจง่าย

Author: noiwanwannoi , Posted: 2011-05-13, 15:43

# ความคิดเห็นที่ : 53

หลังจากที่เด็กๆ ปั้นดินเหนียวจนเสร็จได้ผลงานเป็นของตนเอง ก็รอให้พี่เจ้าของรีสอร์ทนำชิ้นงานไปเข้าเตาเผาแล้วจะจัดส่งผลงานของเด็กๆ มาให้ตอนหลัง

จากนั้นเด็กๆ ก็ถูกส่งไปนอนเพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นกันตั้งแต่ตีสี่ครึ่ง เพื่อเดินทางไปชมทะเลหมอกและผีเสื้อที่ "พะเนินทุ่ง"และ"บ้านกร่าง" ส่วนผู้ใหญ่ก็มานั่งเล่นนั่งดื่มกันที่เพิงไม่ไผ่ริมน้ำบริเวณห้องอาหาร

Author: noiwanwannoi , Posted: 2011-05-13, 15:44

# ความคิดเห็นที่ : 54

นั่งเล่นนั่งคุยนั่งดื่มกันไม่นานก็เข้าห้องนอนเพื่อพักผ่อนเตรียมร่างกายสำหรับกิจกรรมวันพรุ่งนี้ที่ต้องเริ่มกันตั้งแต่เช้ามืด

เป็นอันจบรีวิวสำหรับวันแรกของทริปนี้ ส่วนวันต่อไปจะกลับมารีวิวให้ชมในโอกาสต่อไปนะครับ สำหรับวันนี้โชคดีราตรีสวัสดิ์

Author: noiwanwannoi , Posted: 2011-05-13, 15:44

chaam

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

โพสไอคอน :

*ขนาดของภาพไม่เกิน 150 K (ใช้ได้เฉพาะภาพที่มีนามสกุล JPG,GIF)

*ขนาดของภาพไม่เกิน 150 K (ใช้ได้เฉพาะภาพที่มีนามสกุล JPG,GIF)